วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

The Secret of Air

The Secret of Air

      อากาศอยู่รอบๆตัวเราในทุกๆที่ และเป็นสิ่งที่เรามองไม่เห็น ไม่มีขนาด รูปร่าง และไม่สามารถจับต้องได้ อากาศต้องการที่อยู่ แต่ถ้ามีวัตถุอื่นมาแทนที่อากาศก็จะเคลื่อนที่ออกไป อากาศมีทั้งร้อนและเย็นและมีน้ำหนักเหมือนวัตถุอื่น อากาศร้อนจะเบากว่าอากาศเย็น และมนุษย์นำเอาหลักการของอากาศไปใช้ในการทำบอลลูนให้ลอยขึ้น เพราะเมื่ออากาศร้อนจะทำให้บอลลูนลอยขึ้น
      อากาศจะทำให้เกิดลม เพราะลมก็คืออากาศที่เคลื่อนที่ได้ บนโลกของเราจะมีลมเกิดขึ้นตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละพื้นที่จะร้อนและเย็นต่างกันแค่ไหน ลมสามารถเปลี่ยนไปตามทิศทางของวัคถุที่มากีดขวาง
      มนุษย์นำเอาหลักการของแรงดันอากาศมาใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การดูดหลอด การผลิตเครื่องบิน และในอากาศร้อนมีแรงดันน้อยกว่าอากาศเย็น อากาศที่เคลื่อนที่ก็จะมีแรงดันน้อยกว่าอากาศที่อยู่นิ่งๆ แรงต้านของอากาศจะเกิดขึ้นเมื่อมีวัตถุเคลื่อนที่ และมนุษย์นำเอาหลักการเรื่องแรงต้านทานมาใช้ในการกระโดดร่มให้ถึงพื่นช้า
      อากาศจึงมีความสำคัญต่อเรามาก นอกจากที่จะใช้หายใจแล้วอากาศยังทำให้เกิดลม และมนุษย์เราใช้คุณสมบัติของอากาศมาสร้างสิ่งประดิษฐ์มากมาย



Notes the twelfth times

Notes the twelfth times

Date 30 October 2014

Knowledge

Activities in classroom

     วันนี้อาจารย์เริ่มต้นการสอนจากการพูดถึงกรอบมาตรฐานสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ แล้วจากกนั้นอาจารย์ก็นำเข้าสู่การทดลอง

การทดลองที่ 1

      ปั้นดินน้ำมันเป็นก้อนกลมๆ จากนั้นเมื่อเอาไปโยนลงน้ำแล้วมันตกลงน้ำ แต่หากทำเป็นรูปแอ่งคล้ายถ้วย ทำให้ดินน้ำมันมีมวลเบากว่าน้ำ ดินน้ำมันจึงลอย


การทดลองที่ 2

      นำกระดาษมาพับ 2 รอบ จากนั้นวาดรูปดอกไม้แล้วตัดออก เมื่อเสร็จแล้วพับมุมดอกไม้เข้าทุกด้าน แล้วเอาไปลอยน้ำ ผ่านไปซักพักกลีบดอกไม้จะค่อยๆคลายออก ถ้าใช้กระดาษ A4 กลีบจะคลายไวกว่ากระดาษร้อยปอนด์ และสีที่เราระบายบนดอกไม้ก็จะค่อยๆไหลลงน้ำ เพราะว่าน้ำซึมเข้าไปในเยื่อกระดาษ (เราจึงควรมีกระดาษหลายๆแบบ) กระดาษซึมซับน้ำช้า / เร็ว ต่างกัน
      *การทดลองนี้สามารถนำไปเชื่อมโยงกับหน่วยน้ำ หน่วยต้นไม้ (การดูดซึม)


การทดลองที่ 3 

      เทน้ำใส่ขวดแล้วเจาะรู 3 รู แล้วทายว่ารูไหนจะไหนเร็วที่สุด คำตอบคือรูสุดท้ายไหลเร็วที่สุด เพราะแรงดันอากาศจากฝาขวดดันออกมาให้น้ำไหลออก แต่การเล่นแบบนี้ยากเกินไป สามารถให้เด็กเล่นได้โดยเป็นการเก็บข้อมูล และประสบการณ์


การทดลองที่ 4

      นำน้ำใส่ขวดที่มีสายยางต่อไปอีกที่หนึ่ง ถ้าวางเท่ากันน้ำก็จะไม่ไหลไปไหน แต่ถ้าวางขวดน้ำสูงน้ำก็จะไหลลง ที่เป็นเช่นนี้เพราะน้ำไหลจากที่สูงลงที่ต่ำ


การทดลองที่ 5

      จุดเทียนแล้วเอาแก้วครอบ จากนั้นเทียนดับ



การทดลองที่ 6 

      จุดเทียน จากนั้นเทน้ำใส่รอบๆเทียน แล้วเอาแก้วครอบ ปรากฎว่าเทียนค่อยๆดับและน้ำที่อยู่รอบเทียนเข้าไปอยู่ในแก้ว


การทดลองที่ 7

      นำปากกาใส่ในแก้วที่มีน้ำ
- มองด้วยตาเหมือนปากกาหักเเพราะการหักเหของเสียงทำให้มีรอยตัดตรงขอบน้ำเลยเหมือนปากกาหัก
- มองด้วยตาเหมือนปากกาใหญ่ขึ้น เพราะคุณสมบัติของน้ำเหมือนแว่นขยาย


Teaching Methods

       อาจารย์ใช้เทคนิคการใช้คำถามปลายเปิดเพื่อให้เราคิด และได้ลงมือกระทำด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5 ทำให้เกิดความเข้าใจ และ

Application

       จากการเรียนในวันนี้สามารถนำการทดลองต่างๆที่อาจารย์สอนไปใช้ในการสอนในอนาคตได้ เช่น การทดลองที่ 2 โดยให้เด็กทำดอกไม้ของต้นเองคนละ 1 ดอก จากนั้นก็นำไปลอยน้ำ และยังสามารถนำการทดลองนี้ไปบูรณาการกับการสอนหน่วยอื่นๆ เช่น หน่วยต้นไม้ เรื่องการดูดซึม เป็นต้น

Assessment

      Me - วันนี้แต่งกายเรียบร้อย ร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการทดลองต่างๆ ลองทำทุกการทดลองและจดบันทึกผลการทดลองทุกครั้ง

      Friends - วันนี้เพื่อนส่วนใหญ่เข้าเรียนตรงเวลา ให้ความร่วมมือในการทดลองทุกครั้ง แต่ยังมีคุยกันเสียงดังบ้าง

      Teacher - วันนี้อาจารย์เข้าสอนตรงเวลา และมีการเตรียมอุปกรณ์มาให้นักศึกษาได้ทดลองเพื่อเป็นแนวทางในการสอนในอนาคตต่อไป




Notes the eleventh times

Notes the eleventh times

Dates 23 October 2014

-----------------------------------------

วันนี้ไม่มีการเรียนการสอนเนื่องในวันปิยะมหาราช



Notes the tenth times

Notes the tenth times

Date 18 October 2014


Knowledge

วันนี้เป็นการเรียนชดเชยของวันที่ 23 ตุลาคม 2557 (วันปิยะมหาราช)
เนื่องจากดิฉันไม่สบาย จึงไม่ได้มาเรียนในวันนั้น
แต่ดิฉันได้สรุปเนื้อหาของเพื่อนๆที่มาเรียนจากบล๊อกของนางสาวฐิติมา บำรุงกิจ

--------------------------------

      วันนี้อาจารย์พูดถึงการเขียนแผนและการทำ Mind mapping ของแต่ละกลุ่มว่าควรแก้ไขอย่างไร ต้องเพิ่มเติมเนื้อหาส่วนส่วยใดบ้าง โดยให้สมาชิกภายในกลุ่มช่วยกันระดมสมอง (Brain Storming) โดยรายละเอียดในแผนการสอนจะต้องตรงกับเนื้อหาสาระที่เด็กสนใจ และควรให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติโดยใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 และที่สำคัญแผนการสอนจะต้องบูรณาการไปยังรายวิชาอื่นด้วย เช่น คณิตศาสตร์ เรื่อง จำนวน เป็นต้น


วันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

Notes the ninth times

Notes the ninth times

Date 16 October 2014

Knowledge

Activities in classroom

     วันนี้อาจารย์ให้เพื่อนๆทุกคน Present ของเล่นวิทยาศาสตร์ โดยมีทั้งหมดดังนี้
  1. ลูกข่าง
  2. ไก่กระต๊าก
  3. ขวดผิวปาก
  4. กระป๋องโยกเยก
  5. กังหันลม
  6. หลอดปั้มน้ำ
  7. ไหมพรมเต้นระบำ
  8. กล้องส่องทางไกล
  9. กลองลูกโป่ง
  10. หลอดหมุนได้
  11. ตุ๊กตาล้มลุก
  12. เรือลอยน้ำ
  13. วงกลมหรรษา
  14. รถพลังลม
  15. ลูกข่าง
  16. ลูกข่างหรรษา
  17. นาฬิกาน้ำ
  18. เสียงโพล๊ะ
  19. ปืนลูกโป่ง
  20. หนูน้อยกระโดดร่ม
  21. ขวดหนังสติ๊ก
  22. คลื่นทะเลในขวด
  23. เหวี่ยงมหาสนุก
  24. แท่นยิงลูกบอลจากไม้ไอติม
  25. เครื่องร่อนวงแหวน
  26. รถแข่ง
  27. หลอดเสียงสูงต่ำ
  28. โทรศัพท์
  29. น้ำเปลี่ยนสี
  30. หนังสติ๊กหรรษา
  31. แม่เหล็กตบตา
  32. เชียร์หลีดเดอร์
  33. นักดำน้ำ
  34. รางหรรษา
  35. ปิ้งป่อง
  36. กระป๋องบูมเมอแรง
  37. แมงปอ
  38. กบกระโดด
  39. แก้วส่งเสียง
  40. เป่าให้ลอย
  41. หนังสติ๊กไม้ไอติม
  42. แมงกระพุน
  43. มหัศจรรย์ฝาหมุน
  44. แก้วกระโดด
  45. กังหันไฟฟ้าสถิต
      สิ่งประดิษฐ์ของดิฉันคือ หนังสติ๊กไม้ไอติม


หลักการทางวิทยาศาสตร์ (Scientific principles)

     เมื่อดีดไม้ไอติมแล้วไม้ไอติมลอยขึ้นไป เพราะเมื่อดึงก็จะเกิดพลังงานศักที่สะสมในหนังยาง แล้วเมื่อปล่อยก็จะเกิดเป็นพลังงานจล และที่ลูกยางค่อยๆหมุนลงมาเพราะเกิดจากแรงต้านทางของปีกลูกดอก ซึ่งเป็นหลักการเดียวกันกับเครื่องบิน

เทคนิคการสอน (Teaching Methods)

      การสืบค้นข้อมูลความรู้ด้วยตนเอง และการเชื่อมโยงความรู้หลักการทางวิทยาศาสตร์ผ่านของเล่นวิทยาศาสตร์สู่การเรียนการสอน ทั้งยังสอดแทรกความคิดสร้างสรรค์ การนำวัสดุเหลือใช้ที่มีอยู่มาใช้ให้ประโยชน์

การนำไปประยุกต์ใช้ (Application)

      จากการนำเสนอของเล่นวิทยาศาสตร์ในวันนี้ทำให้ได้เห็นของเล่นที่แปลกใหม่ และบางอย่างทำได้ง่ายๆ เด็กสามารถทำได้ แต่บางอยากครูต้องเป็นคนทำเพื่อนำไปใส่ไว้ในมุมวิทยาศาสตร์ในห้องเรียน 

การประเมิน (Assessment)

       Me - วันนี้เข้าเรียนตรงเวลา เตรียมของเล่นมาเป็นอย่างดี และตั้งใจดูของเล่นของเพื่อนๆ เพื่อที่จะได้นำไปใช้ในการสอนในอนาคตได้

      Friend - วันนี้เพื่อนส่วนใหญ่เข้าเรียนตรงเวลา และมีการเตรียมของเล่นวิทยาศาสตร์ของตนเองมาเป็นอย่างดี

      Teacher - วันนี้อาจารย์เข้าสอนตรงเวลา และให้คำแนะนำในการประดิษฐ์ของเล่นวิทยาศาสตร์ของแต่ละคน ว่าเหมาะที่จะใช้ในช่วงเวลาใด


Notes the eigth times

Notes the eigth times

Date 9 October 2014



วันนี้ไม่มีการเรียนสอน เนื่องจากมีการสอบกลางของมหาวิทยาลัย

วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2557

Science Toy

Science Toy

ไม้ไอติมหนังสติ๊ก (Ice cream sricks)

อุปกรณ์ (Equipment)
  • ไม้ไอศกรีม (Ice cream sticks)
  • หนังยาง (Rubber)
  • คัตเตอร์ (Cutter)
  • กรรไกร (Scissors)
  • ไม้บรรทัด (Ruler)
  • กาว (Glue)


ขั้นตอนการทำ (Steps)
  1. นำหนังยางมามัดไม้ไอติมให้เป็นรูปตัว Y หรือหนังสติ๊ก

  2. นำหนังยาง 3 เส้นมาร้อยต่อกัน และรัดที่ปลายทั้ง 2 ข้าง ก็จะได้ไม้หนังสติ๊ก
  3. ตัดไม้ไอติมเป็น 2 ชิ้นเท่าๆกัน แล้วใช้คัตเตอร์ตัดตรงปลายเพื่อทำเป็นที่เกี่ยว
  4. นำกระดาษมาตัดเป็นกลีบคล้ายกลีบดอกไม้ ลูกยาง 1 ลูกใช้ 2 กลีบ 
  5. นำกลีบที่ตัดแล้วมาติดบนไม้ไอติมที่เตรียมไว้ แล้วม้วนกลีบโค้ง จากนั้นใช้หนังยางรัดตรงปลายเพื่อเป็นการถ่วงน้ำหนัก



วิธีการเล่น (How to play)
  • นำเอาส่วนที่เป็นตะขอเกี่ยวกับหนังสติ๊กและยิ่งขึ้นฟ้า ลูกยางก็จะค่อยๆหมุนลงมาอย่างสวยงาม


หลักการทางวิทยาศาสตร์ 

      เมื่อดีดไม้ไอติมแล้วไม้ไอติมลอยขึ้นไป เพราะเมื่อดึงก็จะเกิดพลังงานศักที่สะสมในหนังยาง แล้วเมือปล่อยก็จะเกิดเป็นพลังงานจล และที่ลูกยางค่อยๆหมุนลงมาเพราะเกิดจากการแรงต้านทานของปีกลูกดอก ซึ่งเป็นหลักการเดียวกันกับเครื่องบิน